โอ้โห! ปลูกส้ม 20 ไร่ รายได้หลายล้านบาท/ปี


อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ขึ้นชื่อว่ามีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงและเป็นศูนย์กลางของความเจริญในเขต จ.เชียงใหม่ตอนบน  มีประชากรเป็นอันดับสองของ จ.เชียงใหม่ แล้วยังเป็นต้นกำเนิดของ “ ส้มสายน้ำผึ้ง ” และเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของ อ.ฝาง นอกจากนี้สวนส้มที่นี่ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยว สวนส้มเชียงใหม่ กันเป็นจำนวนมากต่อปี สวนส้ม สายน้ำผึ้ง ของเกษตรกรฝีมือดีคนหนึ่งที่มีกระบวนการดูแล สวนส้ม ให้ได้ผลผลิตทั้งปี ผลผลิตรวม 4,000-5,000 ตะกร้า สร้างรายได้อย่างงามภายใต้ประสบการณ์ที่ทำ สวนส้ม มานานกว่า 16 ปี

คุณอนงค์ ชุมภูทัน หรือ ป้านงค์  เกษตรกรชาวสวนส้มที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบที่เดินหน้าพัฒนาสวนส้มบนพื้นที่ 20 กว่าไร่ เน้นปลูกสายพันธุ์สายน้ำผึ้งและนัมเบอร์วันไว้ร่วม 1,000  กว่า ต้นส้ม เนื่องจากส้มทั้ง 2 สายพันธุ์ ซึ่งในช่วงแรกของการสร้างสวนส้มนั้นต้องลงทุนค่อนข้างมากทั้งเรื่องการเตรียมพื้นที่ การเตรียมต้นพันธุ์ การบำรุงดูแลรักษาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 4 ปี ต้นส้ม จึงจะสามารถให้ผลผลิตได้

สำหรับ วิธีปลูกส้ม และการดูแลรักษา สวนส้ม ป้านงค์จะเน้น การปลูกส้ม ในระยะ 3×5 เมตร มีการวางระบบน้ำให้กับ ส้ม ทุกต้นแบบมินิสปริงเกลอร์ มีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์เนื่องจากพื้นที่ของ อ.ฝาง มีแหล่งน้ำใต้ดินที่ตื้นกว่าที่อื่น หากต้นพันธุ์สมบูรณ์และมีการดูแลที่ดีจะทำให้ ต้นส้ม บางต้นออกลูกได้เป็นครั้งแรกเมื่อมีอายุตั้งแต่ 2 ปีเต็มขึ้นไป เพื่อฝึกให้ต้นส้มเรียนรู้ที่จะติดดอกออกผลผลิตได้และให้ผลผลิตได้ในปริมาณมากขึ้นเมื่อมีอายุครบ 3 ปี เน้นป้องกันเพลี้ยไฟทำลายยอดด้วยสารเคมีอิมิดาโคลพริดที่จะทำให้ต้นส้มแคระแกรนและไม่คอยโตได้ แต่ ต้นส้ม จริงๆแล้วจะเริ่มให้ผลผลิตได้เต็มที่ เมื่อต้นส้มมีอายุตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไปที่สามารถเก็บผลผลิตขายในเชิงการค้าได้ทั้งรสชาติและคุณภาพผลผลิตที่ออกมาสู่ตลาด

ต้นส้มสายน้ำผึ้งที่ดูแลและจัดการสวนด้วยตนเอง
การปลูกส้ม สายน้ำผึ้ง

วิธีปลูกส้ม การดูแลและบำรุงรักษา ต้นส้ม จะมีขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งปีหลังจากที่เริ่มเก็บผลผลิตได้ในครั้งแรก โดยจะเริ่มต้นจากการตัดแต่งกิ่งหลังจากฤดูการเก็บเกี่ยวผลผลิต โดยตัดแต่งกิ่งส้มจะเลือกกิ่งแขนงที่ไม่สมบูรณ์  ตัดกิ่งที่อ่อนแอ กิ่งที่มีใบน้อยทิ้งไปตัดยอดเพื่อให้ต้นส้มเตี้ยลง เน้นตัดแต่งกิ่งให้โปร่งประมาณ 4-5 ส่วน/ต้น เพื่อง่ายต่อการเก็บเกี่ยวผลผลิต ประหยัดค่าแรงและแรงงานในการเก็บผลผลิต หลังตัดแต่งกิ่งได้ประมาณ 7 วันจะฉีดพ่นอาหารเสริมพืชเพื่อให้ต้นส้มเริ่มแตกตาดอก 3-5 วัน ก่อนที่ดอกจะบานใช้เวลาไม่ถึงเดือน เพราะดอกส้มจะออกเร็ว 3-5 วัน หลังดอกบานได้ประมาณ 5 วัน ดอกก็จะร่วง จึงต้องดูแลในส่วนนี้ให้มากกว่าช่วงที่เป็นผลอ่อนเพราะถ้าผลผลิตจะเสียก็จะเสียตอนออกดอกนี้เอง

ทางสวนจึงต้องดูแลให้ดีเป็นอย่างมากช่วงออกดอก เพราะช่วงออกดอกนั้นจะทำให้เกิดไรแดงได้ง่าย จึงต้องดูแลเป็นอย่างดี  หลังจากนั้นส้มจะเริ่มแตกใบอ่อนที่จำเป็นต้องรักษาใบอ่อนด้วยการใส่ปุ๋ยดิน ฉีดพ่นทางด้วยปุ๋ยเกล็ดและสาหร่ายจะช่วยให้ส้มมีใบและดอกที่แข็งแรงและสมบูรณ์ขึ้น มีการใช้สารเคมีป้องกันหรือกำจัดเพลี้ยไฟและไรแดงจำพวกที่ชอบเข้าทำลายใบอ่อน ดอกส้มและผลอ่อนของส้มอยู่เป็นประจำ การป้องกันไว้ก่อนจะดีกว่าแก้ปัญหาภายหลังที่ทำได้ค่อนข้างยากลำบากกว่า  เน้นใส่ปุ๋ยคอกหรือขี้หมูที่ได้จากการเลี้ยงหมูขุนเอาไว้เพื่อให้ได้ขี้หมูใส่ต้นส้มทุกปี  ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เม็ดเพื่อปรับสภาพดินให้ดี ใส่ปุ๋ยเคมีเพื่อบำรุงต้นและใบให้สมบูรณ์  มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ครั้งละ 15 นาที  จะทำให้ต้นส้มมีใบอ่อนที่สมบูรณ์เปลี่ยนเป็นใบแก่ที่พร้อมจะแทงช่อดอกออกมาเมื่อต้นส้มได้รับน้ำและได้สัมผัสกับอากาศที่เหมาะสม ก่อนบำรุงช่อดอกด้วยปุ๋ยคอก ฮอร์โมนและอาหารเสริมทางใบ ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 เพื่อบำรุงทางดินเดือนละ 1 ครั้ง เพราะส้มจะมีลักษณะการกินโดยใช้รากฝอยหากินลงไปไม่ลึกจากหน้าดิน การฉีดพ่นสารเคมีป้องกันเชื้อราและเพลี้ยไฟเข้าทำลายช่อดอกให้เสียหาย

“ถ้าดูแลใบให้ดี ดูแลช่อดอกให้ดีต้นส้มจะโตเร็ว เจริญเติบโตได้ค่อนข้างดี ส้มต้องตัดแต่งกิ่ง ทำทรงพุ่ม ถ้าไม่ตัดแต่ง กิ่งทรงพุ่มก็ไม่สวย ยอดใหม่ก็ไม่มี เพราะการตัดแต่งกิ่งจะทำให้เกิดยอดใหม่  เกิดใบใหม่ ส่วนใบแก่ก็จะร่วงทิ้งไปและเน้นทำช่อดอกให้มันดีที่สุด ช่วงช่อดอกสำคัญมากต้องดูแลให้ดี ”  ป้านงค์ให้เหตุผลและความสำคัญของการตัดแต่งกิ่ง

ผลผลิตที่เป็นของฝากชั้นดีให้กับทุกท่านและทีมงานนิตยสารเมืองไม้ผลและพืชสุขภาพ
ผลผลิตและราคา ส้มสายน้ำผึ้ง ทำให้ผลผลิตในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 4,000-5,000 ตะกร้า ในราคาเฉลี่ย 35 บาท/กก. มีรายได้หลายล้านบาทต่อปี ส่วนราคาในปีนี้คุณอนงค์บอกว่า น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว ผลผลิตคละไซซ์อยู่ที่ 40-50 บาท/กก.

ที่สำคัญ สวนส้มเชียงใหม่ แห่งนี้เน้นใช้แรงงานในครอบครัวซึ่งทิศทางการตลาดของ ส้ม ในอนาคตนั้นน่าจะดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งส้มฝางมี จุดแข็งคือให้ผลผลิตที่ดีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปีขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เกิดจากสภาพดินที่ดี มีพื้นที่เหมาะสม มีภูมิอากาศที่ดี ทำให้ต้นส้มติดดอกออกผลง่าย ให้ผลผลิตที่ดีทั้งรสชาติ สีสันและขนาดที่ดีกว่าที่อื่น ส่วนจุดอ่อนนั้นคงอยู่ที่การตลาดของที่นี่เกษตรกรต้องทำผลผลิตให้มีคุณภาพ ต้องวางแผน การปลูกส้ม และดูแลให้เหมาะสม  “คนบางคนมองว่าทำไมเรามี วิธีปลูกส้ม ทำส้มลูกใหญ่ ทำไมไม่ทำส้มลูกเล็ก แต่ป้าเป็นเกษตรกร ป้าก็ต้องทำส้มให้ลูกใหญ่ไว้ก่อน ถึงอย่างไรลูกเล็กก็ขายได้กิโลกรัมละ 20 บาท แต่ลูกใหญ่ขายได้กิโลกรัมละ 25 บาท ใช้แรงงานเราเองเพียงไม่กี่คนจะเก็บได้เพิ่มอีก 5 บาท” ป้านงค์ย้ำถึงจุดยืนในการปลูกส้ม ซึ่งข้อดีของการทำ สวนส้ม คือ ส้มให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี  สร้างเนื้อสร้างตัวได้ก็เพราะส้ม เพราะทำ สวนส้ม จึงมีวันนี้ได้และอยากฝากถึงเกษตรกรที่กำลังปลูกสวนส้มอยู่ว่า

“ใครที่ทำส้มอยู่ตอนนี้จะดี เพราะเดี๋ยวนี้อากาศเริ่มดีขึ้น แต่สมัยก่อนส้มแย่ แก้ปัญหาไม่ได้  แต่ในสมัยนี้เราแก้ปัญหาได้แล้ว ใครจะทำก็ทำได้ ใครจะ การปลูกส้ม ยินดีด้วย แต่ราคาคงจะไม่ตกต่ำเหมือนสมัยก่อน เพราะบางคนก็ท้อแท้แต่ผลผลิตอะไรที่เราทำด้วยตัวเองนั่นแหละมันจะดี และมั่นคงที่สุด ” ป้านงค์กล่าวในตอนท้าย

ขอบคุณที่มา https://goo.gl/e7RWvrเรียบเรียงโดย DPSNews

Facebook Comments
error: Content is protected !!