สาระน่าอ่าน! บริโภคน้ำตาลยังไงไม่ให้อ้วน!

0
109 views

อาจเคยได้ยินว่า การบริโภคน้ำตาล (ที่เติมเพิ่มในอาหาร) นั้น ไม่ควรจะเกินวันละ 8 ช้อนชา หรือ 40 กรัม (6 ช้อนชา หรือ 30 กรัม สำหรับเด็ก) เพราะจะทำให้ฟันผุได้ง่าย

ตัวเลขดังกล่าวมาจากการคำนวณปริมาณน้ำตาลใน 1 ปี ที่ประชากรในประเทศบริโภค แล้วหาความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคฟันผุในประชากร ซึ่งเมื่อคิดเป็นค่าเฉลี่ยต่อคน ได้เท่ากับ 15 กิโลกรัมต่อคนต่อปี หรือ 40 กรัมต่อคนต่อวัน หรือคิดเป็นพลังงานที่ได้รับจากน้ำตาลไม่เกินร้อยละ 10 ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน

อย่างไรก็ดี งานวิจัยระยะหลังพบว่า ปริมาณน้ำตาลที่สร้างอันตรายต่อฟันน้อยลงกว่าที่เคยเชื่อกัน ของพลังงานทั้งหมดที่ได้รับต่อวัน

นํ้าตาล” จัดอยู่ในสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต โดยนํ้าตาลที่มีในอาหารมีหลายชนิด เช่น นํ้าตาลกลูโคส ฟรุกโตส ซูโครส มอลโตส เป็นต้น เมื่อใดที่รับประทานน้ำตาลเกินขนาด โดยไม่มีการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญแคลอรี่ส่วนเกิน ทำให้เกิดการสะสมในรูปของไขมัน

แล้วถ้าไม่อยากอ้วนเราควรทำยังไงดี?

นํ้าตาลกลูโคสและนํ้าตาลฟรุกโตส เป็นนํ้าตาลโมเลกุลเดี่ยวหรือโมโนแซคคาไรด์เมื่อร่างกายได้รับแล้วสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย นํ้าตาลกลูโคสพบได้ในผลไม้และอาหารทั่วไป นํ้าตาลฟรุกโตสพบในผลไม้ที่มีรสหวานและในนํ้าผึ้ง ส่วนนํ้าตาลที่ใช้เติมในอาหารและขนมเพื่อปรุงแต่งรส คือ นํ้าตาลทรายหรือซูโครส

น้ำตาลซูโครสอยู่ในกลุ่มน้ำตาลโมเลกุลคู่หรือไดแซคคาไรด์ ซึ่งจะประกอบด้วยน้ำตาลกลูโคสและฟรุกโตสเมื่อร่างกายรับแล้วต้องถูกย่อยให้เป็นนํ้าตาลโมเลกุลเดี่ยวก่อนจึงจะถูกดูดซึมได้ นํ้าตาลซูโครสนอกจากจะพบในนํ้าตาลทรายแล้ว ยังพบได้ในนํ้าตาลอ้อย นํ้าตาลโตนด นํ้าตาลมะพร้าว และในผลไม้สุกเกือบทุกประเภทเมื่อเทียบความหวานของนํ้าตาลแต่ละประเภทในปริมาณเท่ากัน พบว่า…

นํ้าตาลฟรุกโตสหวานมากที่สุด รองลงมาคือนํ้าตาลกลูโคสถ้ากินนํ้าตาลมากเกินไปจะเกิดปัญหาไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง จึงมีข้อแนะนำว่า ไม่ควรกินนํ้าตาลเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน

strawberries-1398159_1920

นํ้าตาลทราย 1 กรัม ให้พลังงาน 4 กิโลแคลอรี นํ้าตาลทราย1 ช้อนชา (4 กรัม) ให้พลังงาน 16 กิโลแคลอรี ถ้าร่างกายได้รับพลังงานเกินความต้องการจะเกิดโรคอ้วน ถ้ากินนํ้าตาลมากจะต้องออกกำลังกายหรือเคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้น เพื่อให้สมดุลกับพลังงานที่ได้รับ เช่น คนที่มีนํ้าหนัก 60 กิโลกรัม หากออกกำลังกายโดยการเดินจะใช้พลังงานประมาณ 2 กิโลแคลอรี/นาที หากจะเผาผลาญพลังงานส่วนที่ได้รับจากนํ้าตาล 1 ช้อนชา จะต้องเดินติดต่อกันนานประมาณ 10 นาที

ดังนั้น ถ้าเติมนํ้าตาล 2 ช้อนชาจะต้องเดินติดต่อกันนาน 20 นาที จึงจะทำให้พลังงานส่วนเกินจากนํ้าตาลหายไป การดื่มชากาแฟ ที่มีการเติมนํ้าตาลวันละหลายถ้วย ตลอดจนการดื่มนํ้าหวาน นํ้าอัดลมเป็นประจำจะทำให้ได้รับนํ้าตาลมากเกินทำให้อ้วนได้ง่ายจึงควรหลีกเลี่ยง

ไม่อยากอ้วนเพราะน้ำตาลก็ต้องรับประทานน้ำตาลในประมาณที่เหมาะสม และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญพลังงานส่วนเกิน

ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าว healthandtrend

 

Facebook Comments