พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกผักตามแนวพระราชดำริในหลวง สร้างรายได้เดือนละเกือบครึ่งแสน

0
485 views

วันนี้นำเสนอข่าว สองผัวเมียเกษตรกรชาวจ.สงขลา หันมาทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพียงแค่1 ไร่แต่กลับมีรายได้เดือนละ 5-6 หมื่นบาท แม้ต้องใช้เวลาถึง14 ปี แต่สิ่งที่ได้รับคุ้มค่ากับการรอคอยผลผลิตมีราคาสูงกว่าที่จำหน่ายตามท้องตลาดกว่า1 เท่าตัว

24.jpg

วันที่ 27 มิ.ย. 59 ที่ จ.สงขลา นายคำนึง สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี และนางยุพิน สร้อยสีมาก อายุ 48 ปี สามีภรรยาชาวบ้านในพื้นที่ หมู่2 บ้านดีหลวง ต.ดีหลวง อ.สทิงพระ จ.สงขลา ซึ่งหันมาประกอบอาชีพทำเกษตรแบบผสมผสานตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นเกษตรอินทรีย์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้จะใช้เนื้อที่เพียงแค่1ไร่แต่สามารถมีรายได้ถึงเดือนละ 5-6 หมื่นบาทเลยทีเดียว

ภายในแปลงเกษตรอินทรีย์ซึ่งมีเนื้อที่เพียงแค่1 ไร่ แต่ถูกเนรมิตให้เป็นสวนผักที่มีพืชผักเกือบครบทุกชนิดที่นิยมบริโภคและตลาดต้องการ ทั้งผักกินใบและผักสวนครัวรวมทั้งพืชสมุนไพร เช่น ผักคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง มะเขือ ถั่วฝักยาว แตงกวา ผักขมแดงผักขมเขียว โหรพา แมงลัก กระเพา ขิงข่า พริก มะนาว หรือแม้แต่ดอกชมจันทร์ เป็นต้น เรียกว่ามีครบจบภายในสวนเดียวและทุกอย่างเป็นผักปลอดสารพิษ ผ่านการรับรองจากกระทรวงเกษตรที่ส่งเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบทั้งดิน น้ำ และผลผลิต ซึ่งเป็นเกษตรอินทรีย์ปลอดภัย100 เปอร์เซ็นต์

คุณพี่คำนึง และคุณพี่ยุพิน บอกว่า สวนเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ช่วยกันลงแรงทำกันเพียง2 คน ด้วยความอดทดและกว่าจะเป็นเกษตรอินทรีย์100 เปอร์เซ็นต์และให้ผลผลิตเต็มที่ต้องใช้เวลาถึง 14 ปี โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง7 ปีหลังเนื่องจากดินจะค่อยๆปรับสภาพให้สมบูรณ์ขึ้นและต้นทุนน้อยมากเพราะไม่ใช้สารเคมี ส่วนปุ๋ยก็จะใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเป็นหลัก  เรื่องศรัตรูพืชซึ่งเป็นปัญหาใหญ่จะใช้ตัวห้ำและตัวเบียนซึ่งเป็นแมลงที่กินแมลงทุกชนิด มาปล่อยในแปลงผักเพื่อเป็นเพชฌฆาตในการปราบปรามและควบคุมแมลงไม่ให้ทำลายผลผลิต และใช้วิธีสับเปลี่ยนหมุนเวียนปลูกพืชผักในแต่ละแปลงไม่ให้ซ้ำกัดเพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์ของแมลง

คุณพี่คำนึง และคุณพี่ยุพิน กล่าวว่า การทำเกษตรอินทรีย์แม้จะใช้เวลานานกว่าการทำเกษตรปรกติ แต่ผลที่ได้รับคุ้มค่ากว่ามากเพราะราคาพืชผักจากแปลงเกษตรอินทรีย์จะสูงกว่าพืชผักธรรมดาที่ปลูกกันทั่วๆไป กว่า1 เท่าตัว เช่น ผักคะน้ากิโลกรัมละ 100 บาท ผักบุ้งกิโลกรัมละ 50 บาท ผักกวางตุ้งกิโลกรัมละ 50 บาท แตงกว่า 40 บาท มะเขือยาว 50 และดอกชมจันทร์ 30ดอก20บาท

สำหรับผลผลิตจากสวนแห่งนี้จะส่งขายที่ตลาดเกษตรมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์หาดใหญ่ เพียงแห่งเดียวเท่านั้น และแต่ละอาทิตย์จะเก็บขายเพียงแค่3 วัน ส่วนอีก4 วันจะดูแลสวนหรือปลูกพืชผักใหม่ๆ และแม้จะมีพื้นที่เพียงแค่1 ไร่แต่มีรายได้จากการเก็บพืชผักขายวันละ 5-6 พันบาท หรือเฉลี่ยเดือนละ 5-6 หมื่นบาทเลยทีเดียว ที่สำคัญการทำเกษตรอินทรีย์จะทำให้ดินและสภาพแวดล้อมดีขึ้นเรื่อยๆและผลผลิตที่ได้ก็จะมีคุณภาพ ต่างจากเกษตรที่ใช้สารเคมีแม้จะเห็นผลได้ระยะสั้นแต่ระยาวส่วนใหญ่ต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นและดินเสื่อมสภาพและต้องพึ่งปุ๋ยเคมีและยาเป็นหลักถึงจะได้ผล

สำหรับสวนเกษตรอินทรีย์แห่งนี้ปัจจุบันยังกลายเป็นสถานที่ศึกษาดูงานการทำเกษตรแบบผสมผสานของเกษตรกรและหน่วยงานต่างๆ โดยเป้าหมายของคุณพี่คำนึงและพี่ยุพา คือต้องการขยายเครือข่ายการทำเกษตรอินทรีย์ไปยังเกษตรกรรายอื่นๆหรือผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพการเกษตร เพราะแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ผลจริงๆ ผู้ที่สนใจการทำเกษตรอินทรีย์แบบคุณคำนึงและคุณยุพิน ติดต่อได้ที่หมายเลข 087-2953494

27.jpg23.jpg

Facebook Comments